ปัจจัยจับตาการลงทุนวันนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ-ราคาน้ำมันดิบดีดขึ้น
กรุงเทพฯ--27 ม.ค.--รอยเตอร์
**ต่างประเทศ
*ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับลงในวันพฤหัสบดี หลังทะยานขึ้นนาน 1 เดือน โดยนักลงทุน
มองว่า อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงการปรับตัวลงอีก โดยดัชนีดาวโจนส์ปิดลบ 0.18%
ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจ
ของสหรัฐเพิ่มการคาดการณ์ที่ว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกำลังกระเตื้องขึ้น
*วานนี้ ตลาดหุ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปิดปรับขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ระบุว่า จะตรึงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำเป็นพิเศษจนถึงปี 2014 ซึ่งสร้าง
ความเชื่อมั่นว่า จะมีสภาพคล่องที่เพียงพอในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดยตลาดหุ้นมาเลเซีย, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ปิดบวก ขณะที่ฟิลิปปินส์ ร่วง
ลง 1.26% ส่วนตลาดเวียดนามยังคงปิดทำการเนื่องในเทศกาลตรุษจีน
*ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนมี.ค.ปิดวานนี้ บวก 30 เซนต์
หรือ 0.3% สู่ 99.70 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทลดลงและดอลลาร์
ฟื้นตัวขึ้น โดยแรงซื้ออย่างต่อเนื่องหนุนราคาขึ้นในช่วงเช้า หลังเฟด ยืนยัน
ที่จะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป
*ดัชนีค่าระวางเรือ(Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ ลบ 31 จุด หรือ 3.95% สู่ 753
ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของปีนี้ ส่วนระดับสูงสุดของปีนี้อยู่ที่ 1624
*กระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น
21,000 ราย สู่ 3.77 แสนรายในสัปดาห์สิ้นสุด 21 ม.ค. ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์
คาดไว้ที่ 3.7 แสนราย เพิ่มขึ้นจาก 3.56 แสนรายในสัปดาห์ก่อนหน้า
*กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเพิ่มขึ้นเกินคาด 3.0% ในธ.ค.
หลังจากเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือนพ.ย. ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.0%
**เศรษฐกิจทั่วไป
*วันนี้ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม แถลงดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(MPI) เดือนธ.ค.54
*เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ เผยว่าวันนี้จะไปพบ รมว.คมนาคม
เพื่อแสดงจุดยืน คัดค้านแนวคิดให้กองทุนวายุภักษ์ ซื้อหุ้นเพิ่มในบมจ.ปตท. และ
บมจ.การบินไทย ที่รัฐบาลถืออยู่ เพื่อให้หลุดจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ
*ผู้ว่าการธปท. มองเฟดคงดอกเบี้ย ระยะสั้นไม่กระทบเงินทุนเคลื่อนย้าย และตลาด
มีการรับรู้แล้ว และยังคงมองจีดีพีของไทยปีนี้จะโตไม่ต่ำกว่า 4.8%
*รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยที่ประชุมเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ
ในพื้นที่กรุงเทพฯ เห็นชอบข้อตกลงระหว่าง กทม.และรัฐบาล 12 ข้อ รวมทั้งให้
กระทรวงเกษตรฯ ผันน้ำผ่านทางภาคตะวันออกของประเทศ เพื่อป้องกันน้ำท่วม
ในพื้นที่ กทม.ในปีนี้ด้วย
*ผู้นำการเมือง-ภาคเอกชน ถกวิกฤติหนี้ยุโรปวันแรก การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค
ฟอรัม ที่เมืองดาวอส เร่งยูโรโซน เด็ดเดี่ยวกล้าแก้ปัญหาให้มากกว่านี้ พร้อม
แนะผู้นำตะวันตก หาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ลดขาดดุลหนุนการเติบโต ด้านเอดีบี ยอมรับ
เอเชียได้ผลกระทบจากวิกฤติ แต่มั่นใจภูมิภาคยังแกร่งเติบโตปานกลางที่ 7% ปีนี้
(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
*"ประสาร" เผยบอร์ด กนง. ห่วงกลไกการแข่งขันระบบธนาคารพาณิชย์บิดเบือน เล็ง
หารือคลัง ปรับการแข่งขันให้อยู่ระนาบเดียวกัน ระบุชัดเป็นสาเหตุที่แบงก์ไม่
ขยับดอกเบี้ยตามดอกเบี้ยนโยบาย ยืนยันสภาพคล่องไม่ได้ขาด ชี้ปัจจุบันมีกว่า 2
ล้านล้านบาท พร้อมนัดหารือสมาคมแบงก์ไทยหลัง พ.ร.ก.ออกใช้ ห่วงหากเก็บค่าฟีแค่
0.4% อาจไม่พอชำระดอกเบี้ย (นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
*พ.ร.ก.กู้เงิน 4 ฉบับของรัฐบาลมีผลบังคับใช้แล้ว ด้าน"กรณ์" ระบุอาจจะนำพ.ร.ก.
ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตีความในวันทึ่ 30 ม.ค.นี้ โดยไม่เห็นด้วยกับพ.ร.ก.
ที่ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และพ.ร.ก.ปรับ
ปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการ
ฟื้นฟูฯ(นสพ.โพสต์ทูเดย์)
*ผู้บริหาร ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารคงมีการทบทวนแผนการดำเนินงานในปีนี้
ใหม่อีกครั้ง หลังจากมีการประกาศ พ.ร.ก.ในราชกิจจานุเบกษา เพราะการเรียกเก็บ
เงินนำส่งเพิ่ม จะทำให้ธนาคารมีต้นทุนสูงขึ้น (นสพ.โพสต์ทูเดย์)
*ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ระบุ ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงพลังงาน
ขอเข้าพบ รมว.พลังงาน เพื่อหารือถึงความชัดเจน การปรับราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับ
ยานยนต์ (เอ็นจีวี) โดยจะเสนอให้ปรับขึ้นราคาได้ 2 บาท/กก. จากแผนที่กำหนดไว้
ต้องปรับขึ้น 6 บาท/กก.ภายในปี 55 (นสพ.โพสต์ทูเดย์)
**การเมือง
*โปรดเกล้าฯพระราชกำหนดฟื้นฟูน้ำท่วม 4 ฉบับ "กิตติรัตน์"สั่งรื้อกองทุนประกัน
ภัยพิบัติ ตั้งชื่อใหม่ "กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ" เพิ่มคุ้มครอง
เอสเอ็มอี-รายใหญ่เป็น 200 ล้านบาท ขยับความคุ้มครองรวมอีกเท่าตัวเป็น 1
ล้านล้าน ให้เอกชนรับผิดชอบไม่เกิน 1% เอกชนหนุนเต็มที่(นสพ.กรุงเทพธุรกิจ)
*ทีมกฎหมาย พรรคเพื่อไทยเตรียมฟ้องกลับ 145 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา 266
หลังยื่นถอดถอน"ยิ่งลักษณ์" และรมว.ต่างประเทศ อ้างเป็นการก้าวก่าย และแทรกแซง
การทำหน้าที่ (นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน)
*สมิทธ"ระบุ รัฐบาลใช้งบ 3.5 แสนลบ.ให้ กยน.แก้น้ำท่วมไร้แผนเป็นรูปธรรม เผย
นักการเมืองพูดไม่ฟังนักวิชาการ ทำ"สุเมธ" ไม่ร่วมด้วย เตือนแค่ขุดลอกคูคลอง
ป้องกันน้ำท่วมไม่ได้ แนะรับมือปีนี้เจอหนักอีกแน่ (นสพ.ASTV ผู้จัดการรายวัน)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น